ติดต่อสมาคมฯ

ที่อยู่ : 7 พหลโยธิน ซอย 5 (ราชครู) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ADDRESS : 7 Soi Rajakru Phaholyothin Road, Samsennai Phayathai, Bangkok 10400

โทรศัพท์ (TEL) : 0-2279-3621, 0-2619-7753, 08-9679-6913 โทรสาร (FAX) : 0-2619-7752 เว็บไซต์ (WEBSITE) : http://gsd.in.th/ อีเมล (E-MAIL) : gsdathailand@gmail.com

เพจเฟสบุ๊ค (FACEBOOK PAGE) : http://www.facebook.com/GSDAThailand/ ช่องยูทูป (YOUTUBE CHANNEL) : http://www.youtube.com/channel/UCqs68CzaOllQDLclOMQvdXw

หมายเหตุ : สุนัขพันธุ์ "อัลเซเชียน", "เยอรมันเชพเพอด", "เยอรมันเชพเพิร์ด", "เยอรมันเชฟเฟิร์ด", "เยอรมันเชเพิร์ด" และ พันธุ์ "เยอรมันเช็พเพอด" เป็นสุนัขพันธุ์เดียวกันค่ะ

สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย (ส.ส.ย.ท.) มีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล ความรู้ความเข้าใจ และข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด (คนไทยนิยมเรียกว่า อัลเซเชียน) และดูแลจัดการออกใบพันธุ์ประวัติ (ใบเพดดิกรี) ของสุนัขพันธุ์นี้อย่างเป็นระบบ

สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย (ส.ส.ย.ท.) เป็นสมาชิกของ Weltunion der Vereine für Deutsche Schäferhunde หรือ W.U.S.V. (สมาชิกภาคีสหพันธสมาคมสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดโลก) กรุณาดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wusv.de/1181/?L=%22%3Dmar%C3%AF%C2%BF%C2%BDY%C3%AF%C2%BF%C2%BD

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ gsd.in.th.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ gsd.in.th

Syndicate

Subscribe to Syndicate

Upcoming Events

ทองแดง

ถอดความจาก The Causes & Concerns of Cryptorchidism http://connection.ebscohost.com/c/articles/1536215/causes-concerns-cryptorchidism
โดย: Patricia Gail Burnham

หมอไพบูลย์
เรียบเรียงเรื่องจากความอนุเคราะห์ของ K.Vipada


อวัยวะภายใน ( ท่ายืน )
แหล่งที่มารูปภาพ :http://morgananimalhospital.com/2010/05/25/interesting-cases-laparoscopic-castration-cryptorchidism/

 

พื้นฐาน

   Cryptorchidism คือสภาพที่ลูกอัณฑะลูกใดลูกหนึ่งหรือทั้ง 2 ลูก ไม่สามารถเคลื่อนลงและคงอยู่ในถุงอัณฑะได้

   ผู้ผสมพันธุ์บางคนอาจเรียกภาวะนี้ว่า ไข่เม็ดเดียว ( Monorchidism ) ซึ่งไม่ค่อยถูกต้องนัก ความจริงควรเรียกว่า ไข่หลบใน ( Unilateral Cryptorchidism ) มากกว่า เพราะความจริงสุนัขที่มีอัณฑะเม็ดเดียวจริงๆนั้น มีน้อยมาก แต่อัณฑะอีกลูกที่หายไปยังคงอยู่ในช่องท้องของสุนัขมากกว่า และถ้าไม่ลงมาทั้ง 2 ข้างก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีอัณฑะเลย แต่เป็นไข่หลบในทั้ง 2 ข้างมากกว่า ( Bilateral Cryptorchidism )

   ลูกอัณฑะ มีการพัฒนาขึ้นในช่องท้องเสมอ แต่ต้องอพยพออกมาอยู่ภายนอกร่างกาย เพราะเชื้ออสุจิไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในอุณหภูมิของร่างกาย มันต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่า

   อัณฑะจึงเคลื่อนตัวผ่านรูเปิดในช่องท้อง ที่เรียกว่า ( Inguinal ring ) ออกมาตามช่องท้อง ( ที่เรียกว่า Inguinal Canal ) ลงสู่ถุงอัณฑะในที่สุด ในลูกสุนัขขบวนการนี้มีเมื่อสุนัขอายุได้เพียง 10 วัน แต่ลูกอัณฑะในขณะนั้นมักเล็กเกินกว่าจะสังเกตได้


อวัยวะภายใน ( ท่านอนหงาย )
แหล่งที่มารูปภาพ : http://www.pet-informed-veterinary-advice-online.com/male-dog-neutering.html

   การเคลื่อนลงของลูกอัณฑะ เริ่มจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศผู้ ( Testosterone ) การที่อัณฑะไม่ลงทั้ง 2 ข้าง อาจเกิดเพราะมี Testosterone ต่ำ แต่ “ อะไรที่ทำให้ลงเพียงข้างเดียว ”

   ในข้อเท็จจริง อัณฑะที่ลงมาข้างเดียวนั้น มักเป็นข้างซ้าย ส่วนข้างขวามีโอกาสค้างอยู่มากกว่า

   ลูกอัณฑะจะไม่มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ได้ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ ลูกที่ค้างอยู่ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ก็ไม่เจริญเติบโตตามปกติ และจะมีขนาดเล็ก

   ถ้าลูกอัณฑะไม่ลงมาเลย สุนัขตัวนั้นจะเป็นหมัน ( ผสมได้แต่ไม่ติด ) เพราะไม่มีเชื้ออสุจิ แต่ถ้าลงมาแม้เพียงข้างเดียว มันจะสามารถผสมติดได้ แต่จำนวนเชื้ออสุจิและอัตราการผสมติด จะต่ำกว่าตัวที่มีอัณฑะลงครบ ทั้ง 2 ข้าง

   เรื่องที่ควรคำนึงอีกประการก็คือ ลูกอัณฑะที่ไม่ได้อยู่ในถุงอัณฑะนั้น มีโอกาสเกิดเป็นเนื้องอกได้มากกว่า แม้ การเกิดเนื้องอกที่ลูกอัณฑะจะไม่ได้มีอุบัติการมากนัก และข้อดีอีกอย่างของ การที่ลูกอัณฑะอยู่ในถุงอัณฑะคือ ทำให้เจ้าของสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกอัณฑะได้ง่ายกว่าลูกที่ซ่อนอยู่ ภายในช่องท้อง

   ลูกสุนัขบางตัว ลูกอัณฑะได้เคลื่อนลงสู่ถุงอัณฑะแล้ว แต่กลับถูกดึงกลับขึ้นไปในภายหลังเมื่อลูกสุนัขโตขึ้น ทำไมเมื่อมันเคลื่อนลงมาแล้ว ถึงไม่ค้างอยู่ในถุงอัณฑะเหมือนเดิม ? มันถูกจัดการให้กลับขึ้นไปได้อย่างไร ?

   เพื่อเข้าใจคำตอบ คุณต้องรู้ว่า ลูกอัณฑะถูกยึดติดอยู่กับร่างกายด้วย เส้นเลือด Spermatic Cord และกล้ามเนื้อ ชื่อ Cremaster Muscle ลูกอัณฑะจะฝ่อไปถ้าเส้นเลือดที่มาเลี้ยงได้รับความเสียหาย

   กล้ามเนื้อ Cremaster เป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมอุณหภูมิของลูกอัณฑะ เมื่ออากาศเย็นมันก็จะหดตัว เพื่อดึงลูกอัณฑะเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ตัว และเมื่ออากาศร้อน ก็จะคลายตัว และปล่อยให้ลูกอัณฑะอยู่ห่างจากร่างกาย ( อันนี้เป็นเหตุที่เราพบเห็น สุนัขในบ้านเรา มีถุงอัณฑะยานยาวกว่าสุนัขที่มาจากนอกใหม่ๆ ดังนั้น หากจะแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องเลี้ยงสุนัขในที่มีอากาศเย็น ไม่ใช่ไปใช้วิธีศัลยกรรมตกแต่ง ) ถ้าสุนัขพันธุ์ขนเกรียน ในช่วงอากาศหนาวจะเห็นว่าถุงอัณฑะมันหดลงแทบที่จะติดกับตัวมันเอง แต่ถ้าใน สุนัขขนยาว แม้จะมีอากาศเย็นก็อาจหย่อนลงต่ำได้

   โดยทั่วไปสุนัขขนเกรียนที่มีหนังกระชับจะมีลูกอัณฑะที่ชิดกับลำตัวมากกว่า สุนัขที่มีขนยาวหรือหนังย่น นี่เป็นสาเหตุโน้มนำประการหนึ่งของการเกิด “ ทองแดง ” อันเนื่องมาจากพันธุ์

   ในสุนัข “ ทองแดง” กล้ามเนื้อ Cremaster จะสามารถหดตัว และดึงเอาลูกอัณฑะที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ให้กลับขึ้นไปในร่างกายได้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

   ในถุงอัณฑะจะมีเส้นเอ็น ( ligament ) ที่คอยยึดให้ลูกอัณฑะค้างอยู่ภายในถุง การที่เส้นเอ็นส่วนนี้ไม่สามารถยึดลูกอัณฑะไว้ได้ ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดทองแดง

   การเคลื่อนลงสู่ถุงอัณฑะของลูกอัณฑะเป็นขบวนการที่ซับซ้อน การเกิดทองแดง จึงมีมาได้จากหลายสาเหตุ เช่น ลูกอัณฑะมีขนาดใหญ่กว่าช่องเปิดในช่องท้อง ( Inguinal Ring ) ช่องเปิดนั้นเล็กเกินไป, เยื่อบุผนังช่องท้องตึงเกินไป

   อวัยวะส่วนที่เรียกว่า Testis Gubernaculum ขยายตัว เพื่อเป็นตัวนำร่องให้ลูกอัณฑะเคลื่อนลงมาตามช่อง Inguinal Canal เพื่อลงสู่ถุงอัณฑะ ถ้าเกิดไม่สามารถทำหน้าที่ได้, ( และทำหน้าที่ยึดลูกอัณฑะเอาไว้ในถุงอัณฑะด้วย ) หรือมีฮอร์โมน Testosterone ไม่เพียงพอ การเกิดได้หลายๆ เหตุนี้ แบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ใหญ่ๆ คือ พันธุกรรม และการพัฒนาการที่ไม่ถูกต้อง

 

ทองแดงจากพันธุกรรม

    จากข้อเท็จจริงว่า แต่ละพันธุ์มีอัตราการเกิดทองแดงไม่เท่ากัน เป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งว่า พันธุกรรมสามารถเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดทองแดง

   พันธุ์ บีเกิล และ ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ มีอัตราการเกิดน้อย ส่วนพันธุ์ที่เกิดได้บ่อยได้แก่ ชิวาวา, พูเดิ้ล, ปอมเมอร์เรเนียน, มินิเจอร์ ชเนาเซอร์, เชทแลนด์ ชีพด๊อก, ไซบีเรียน ฮัสกี้, บ๊อกเซอร์ และยอร์คเชียร์ เทอเรีย ผู้วิจัยบางคน “ สรุป ” ว่า พบได้บ่อยกว่าในสุนัขที่มีขนาดเล็ก ๆ แต่ควรสังเกตว่า พูเดิ้ลทั้ง 3 ขนาด มีโอกาสเกิดได้หมดแม้จะมีขนาดตัวต่างกันมาก

   บางการศึกษาอ้างว่า พันธุ์ที่มีหน้าสั้น เช่น บ๊อกเชอร์ มีส่วนสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตที่ผิดปกติที่ทำให้เกิดทองแดง ขนาดแคระ และหน้าสั้น เกี่ยวพันกับการพัฒนาของลูกอัณฑะด้วย แต่ทองแดงก็พบได้ในพวกหน้ายาว, ปากแหลม เช่น พูเดิ้ล วิพเพทและเกรย์ฮาวด์ คุณ Patricia เคยพบว่า เกรย์ฮาวด์ ครอกหนึ่งเพศผู้ทั้ง 4 ตัว เป็นทองแดงหมด หรือ เจ็ดในแปดตัวเป็น

   การสำรวจ แสดงว่า อัตราการเกิดมีความผกผันมากในระหว่างพันธุ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าการศึกษาวิจัยนั้น ได้จัดทำขึ้นที่ไหนและเมื่อไร เช่น มีการสำรวจว่า พันธุ์บ๊อกเซอร์ เป็นในอัตราร้อยละ 29 และอีกการสำรวจทราบว่า เยอรมันเช็พเพอด พบในอัตราร้อยละ 3.9

 

การศึกษา เรื่องพันธุกรรมในระยะแรก

   ไม่มีการวิจัย เกี่ยวกับภาวะทองแดง ในสุนัขมากนัก เรื่องที่เกี่ยวข้องมักอ้างอิงมาจาก เรื่องเดิม เช่น ข้ออ้างว่าสุนัขพันธุ์บ๊อกเซอร์ พบอาการนี้ ถึง 29 % ก็ย้อนไปถึงปี 1930 ซึ่งมีพ่อพันธุ์สำคัญเกี่ยวข้องเพียง 4 ตัว ปัญหาเรื่องนี้ คือได้มีการสรุปว่า การผสมเลือดชิดและการเกิดทองแดง เป็นเหตุและผลกัน

   บางเรื่อง ความจริง อาจไม่มีความสัมพันธ์กันเลยก็ได้ ข้อเท็จจริงในกรณีคือ พันธุ์บ๊อกเซอร์เป็นทองแดงมาก แต่ไม่มีหลักฐานที่จะสรุปว่า การผสมเลือดชิดมาก ๆ จะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดทองแดง

   บางครั้ง ผู้วิจัยรุ่นแรก ๆ อาจเป็นแค่วางแนวโน้ม เขากล่าวว่าต้นเหตุยังไม่ทราบชัด แต่เพราะความเป็นไปได้ทางพันธุกรรม สุนัขที่เป็นทองแดงไม่ควรใช้ทำพันธุ์ ต่อมาเมื่อได้รับการอ้างถึงจากผู้เขียนในระยะหลัง ก็จะสรุปชัดลงไปทุกที จนเหมือนกับข้อสมมติฐานนี้ กลายเป็นข้อเท็จจริงไป

   หลังจากยุคปี 1950 เริ่มมีผู้สรุปว่า ทองแดง เป็นพันธุกรรม และนอกจากตัวสุนัขที่เป็น ไม่ควรขยายพันธุ์เท่านั้น ญาติหรือลูกหลานของมัน ก็ไม่ควรใช้ทำพันธุ์ด้วย หรือแม้กระทั่งกล่าวว่า ทองแดงเป็นยีนส์ด้อยในลักษณะตามทฤษฎีของเมนเดล แต่ยังไม่มีใครแยกยีนส์ที่ทำให้เกิดทองแดงได้

   คุณ Patricia ไม่สามารถค้นหาข้อมูลการทดลองที่เกี่ยวกับทองแดงในสุนัขได้ แต่ได้พบการทดลองในแพะพันธุ์ Angora และอีกการทดลองที่ไม่ค่อยช่วยอะไรนัก ซึ่งทำในแกะ 30 ตัว และพยายามพิสูจน์ว่า ทองแดงในแกะของเขานั้นเป็นลักษณะเด่นหรือลักษณะด้อย ซึ่งได้สรุปว่า อาจเป็นทั้ง 2 ลักษณะ ( หรือไม่ได้เป็นทั้งลักษณะเด่น และด้อย )

   มาถึงกรณีแพะ Angora กับสุนัขจะมีความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ เหมือนกันหรือไม่ ?

   การศึกษาในแพะ น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ได้ทดลอง และชี้ชัดว่าพันธุกรรมเป็นต้นเหตุในบางภาวะทองแดง ได้มีการทดลองในฝูงแพะ Angora 2 ฝูง ใน Texas Agricultural Experiment Station จากปี ค.ศ. 1917 - 1959 ได้มีการทดลองหลายแบบ เพื่อเพิ่มหรือลดอัตราการเกิดทองแดงในแต่ละปี โดยวิธี

  1. ผสมเฉพาะกับพ่อพันธุ์ ที่เป็นทองแดง
  2. ผสมโดยไม่ต้องคัดเลือก ( ทั้งที่เป็นและไม่เป็น )
  3. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบ ( คัดเลือกเล็กน้อย ) เป็นแบบที่เรากำลังทำอยู่ในสุนัขของเรา
  4. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออกด้วย ( คัดอย่างอ่อน )
  5. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดทั้งพ่อและแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออกด้วย ( คัดปานกลาง )
  6. ผสม เฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดทั้งพ่อและแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออก ด้วย รวมทั้งลูกหลานที่เกิดขึ้นมาออกด้วย ( คัดอย่างเข้มงวด )
  7. จากข้อ 6 ให้คัด พวก ญาติๆ ออกไปอีกด้วย ( คัดอย่างเข้มงวดมาก )

   ในฝูงแรกเริ่มจากใน ข้อ 3 เลือกผสมเฉพาะพ่อที่อัณฑะครบไป 20 ปี ปรากฏว่าเกิดทองแดงขึ้นประมาณ ร้อยละ 6.8 / ปี ( สุนัขส่วนใหญ่ทำอยู่ในข้อนี้ ) จากปี 1937 - 1949 เขาปรับเป็นการผสมที่คัดเลือกในระดับปานกลาง ( ในข้อ 5 ) อัตราการเกิดทองแดง ลดลงเหลือ ร้อยละ 2.8 และจากปี 1948 - 1959 ใช้การคัดเลือกอย่างเข้มงวดมาก ( ในข้อ 7 ) ผลคืออัตราการเกิดทองแดงเหลือ เพียงร้อยละ 0.4

   ในฝูงที่ 2 ใช้ เฉพาะพ่อทองแดง ( ในข้อ 1 ) ผลคือ อัตราการเกิดทองแดง เพิ่มจากร้อยละ 5.7 ในปี 1921 เป็นร้อยละ 50 ในปี 1934 แล้วจึงเริ่มพยายามคัดเลือก เพื่อลดลักษณะดังกล่าวลง จากปี 1934 ถึง 1946 ใช้การคัดเลือกในระดับปานกลาง ( ในข้อ 5 ) ผลคืออัตราการเกิดลดลงเหลือร้อยละ 11.0 แล้วเพิ่มเป็นการคัดเลือกอย่างเข้มงวด ( ในข้อ 6 ) จนถึงปี 1951 ผลคืออัตราการเกิดลดลงเหลือร้อยละ 0.8

   ผลการศึกษา พบว่าสามารถลดหรือเพิ่มอัตราการเกิดทองแดง ได้จากแผนการผสมพันธุ์ และ ภาวะทองแดงในแพะ Angora เป็นลักษณะด้อยซึ่งกำหนดโดยยีนส์ไม่กี่คู่

   การศึกษานี้ เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ยีนส์ด้อยทำให้เกิดทองแดง และแสดงอย่างชัดเจนว่า เราไม่ควรขยายพันธุ์สุนัขทองแดงเพศผู้ ส่วน ญาติๆ ของมันนั้นเป็นอีกกรณีหนึ่ง ภาวะทองแดงขยายเป็นวงกว้างในสุนัข ถ้าคัดเลือกอย่างเข้มงวดหรือเข้มงวดมาก อย่างในแพะ อาจไม่สามารถทำได้ ถ้าเราคัดสุนัขที่ให้ลูกเป็นทองแดงและญาติๆของมันทิ้งทั้งหมด อาจไม่เหลือสุนัขที่จะใช้ขยายพันธุ์ต่อ สิ่งที่เราทำได้อาจเป็นแค่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน คือ ผสมเฉพาะกับพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบเท่านั้น

   สิ่งที่เราอาจทำเพิ่มเติมได้คือ ค้นหาสายพันธุ์ที่ลูกอัณฑะลง ถุงครบและเร็ว ( ลงเร็วดีกว่า ลงช้า ) และเคยให้ลูกที่เป็นทองแดงหรือไม่ เป้าหมายคือ หาพ่อพันธุ์ที่ให้ลูกเป็นทองแดงน้อยที่สุดและลูกอัณฑะลงถุงเร็วที่สุด

 

พัฒนาการ ของ ทองแดง

    การศึกษาในแพะ Angora เป็นเพียงด้านทางพันธุกรรม แต่ทองแดงยังเกิดจากขั้นตอนในการพัฒนาขึ้นมาได้อีกด้วย

   แม่พันธุ์มักจะถูกโทษว่า เป็นพาหะของการเกิดทองแดง ( เพราะพ่อพันธุ์ที่ใช้ผสมไม่เป็นทองแดง อย่างไรก็ดีอย่าลืมลักษณะด้อยที่แฝงอยู่ด้วย ) แต่อาจไม่ใช่จากกรรมพันธุ์ เพียงประการเดียวก็ได้ เช่น อาจเกี่ยวกับระดับของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ นี่อาจจะเป็นคำตอบสำหรับกรณีที่ว่า เมื่อแม่สุนัขมีอายุมากขึ้นจะให้ลูกที่มีอัตราการเกิดทองแดงมากขึ้นด้วย ถ้าระดับฮอร์โมนตามธรรมชาติของแม่มันเปลี่ยนแปรไป อาจทำให้อัตราการเกิดทองแดงในลูกเปลี่ยนแปรตามไปด้วย

   ความเป็นไปได้ในเหตุที่ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ อาจรวมถึงพิษของสารเคมี และยาฆ่าแมลงอาจมีผลต่อการพัฒนาของลูกอัณฑะ ธรรมดาผลของยาฆ่าแมลงที่มีต่อลูกอัณฑะ คือทำให้มันมีขนาดเล็กและเติบโตช้า มีผลการศึกษาว่า มีการเพิ่มอัตราการเกิดทองแดงในมนุษย์, ขนาดและการทำงานของลูกอัณฑะลดลง และเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งในลูกอัณฑะ ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายตัวของยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะพวกยาที่เป็น Organochlorine Compounds

   ปัญหาของ สารประกอบพวกนี้คือ มันมีลักษณะและออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน เอสโตรเจน ( Estrogen ) มีการศึกษาว่าสามารถทำให้หนูกลายเป็นทองแดงได้ โดยให้ Estrogen ก่อนที่มันจะเกิด

   สุนัขได้รับยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก ทั้งจากยากำจัดเห็บหมัด และยาฆ่าแมลงในสวน เมื่อแม่สุนัขเจริญเติบโต ภายใต้สภาพแวดล้อม ที่มียาพวกนี้ ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้มีระดับของยาพวกนี้ในตัวแม่สุนัขสูง คุณ Patricia แนะนำว่าไม่ควรใช้พวก Organochlorine ในบริเวณบ้านของคุณ แต่โชคไม่ดีที่ถึงแม้คุณจะไม่ใช้ยาแล้ว สุนัขของคุณก็คงได้รับยาที่ยังตกค้างอยู่ภายในบ้านที่เคยใช้แล้วผ่านไปอีก หลายปี ยาฆ่าแมลงรุ่นแรกๆ เช่น คลอเดน ( Chlordane ) มีค่าครึ่งอายุ = 50 ปี หมายความว่าจะต้องใช้เวลานานถึง 50 ปี จึงจะทำให้เจ้าคลอเดนนี้มีฤทธิ์ลดลงครึ่งหนึ่ง พิษของมันจะคงอยู่ภายในบ้านของคุณ ( เช่นกรณีที่ใช้กำจัดปลวก ) ได้เป็นเวลานานมาก

   เหตุอื่นที่ทำให้เกิด ทองแดง เช่น อาหารที่ขาด Biotin, วิตามิน A หรือ Folicacid และการได้รับยาอีกหลายชนิด สุนัขที่กำลังตั้งท้องและได้รับอาหารครบถ้วนสมดุล ไม่ควรจะขาดอาหารหรือแร่ธาตุที่กล่าวมาแล้ว ดังนั้นยาฆ่าแมลงน่าจะเป็นปัญหาที่สำคัญกว่า

   มีการเกิด ทองแดงอีกรูปแบบหนึ่งที่จะขอเรียกว่า ทองแดงจากเครื่องบิน เคยมีผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ Whippet คนหนึ่งบอกว่า เธอจะไม่รับประกันเรื่องลูกอัณฑะในลูกสุนัขของเธอ ถ้าต้องขนส่งโดยทางเครื่องบิน เพราะเคยมีประสบการณ์ว่า สุนัขปกติที่เธอส่งไปทางเครื่องบิน พบว่าสุนัขกลายเป็นทองแดงเมื่อถึงปลายทาง Patricia ก็รับฟังไว้จนกระทั่งได้เจอเข้ากับตัวเองถึง 2 ครั้ง

   ทองแดงจากเครื่องบินเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกอัณฑะเคลื่อนลงถุงอัณฑะเรียบร้อย แล้วและกำลังเติบโต การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวสำหรับลูกสุนัข และเมื่อมันกลัวก็จะเกร็งกล้าม Cremaster ( มัดกล้ามที่เอาไว้ปรับระยะขึ้นลงของลูกอัณฑะ ที่ว่าไว้ตอนต้นเรื่อง ) ทำให้ลูกอัณฑะถูกดึงเข้าไปในช่องท้อง ปัญหาตอนนี้คือ ลูกอัณฑะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วทำให้ไม่สามารถไหลเลื่อนกลับลงมาตามช่อง เหมือนเดิมได้ แม้เมื่อสุนัขจะหายตื่นกลัว และกล้าม Cremaster หย่อนตัวแล้วก็ตาม

   การขนส่งทางเครื่องบิน ( หรืออะไรที่ทำให้สุนัขตื่นตกใจ ) ควรทำเมื่อลูกสุนัขยังมีขนาดเล็กพอที่ลูกอัณฑะของมันจะไหลกลับลงสู่ถุงอัณฑะ ได้ หรือไม่ก็โตจนลูกอัณฑะของมันไม่สามารถจะถูกดึงกลับขึ้นไปได้อีก ส่วนจะเป็นขนาดใดขึ้นกับการพัฒนาการของสุนัขนั้น ส่วนใหญ่กรณีนี้จะเกิดในช่วงอายุระหว่าง 3 - 4 เดือน

   ( *ผมมีเรื่องแถมให้เกี่ยวกับกรณีที่คล้าย ๆ กันนี้ ที่เราพบเห็นได้คือ เมื่อสักหูลูกสุนัขผมเคยเห็นกับตาตัวเองว่า ลูกอัณฑะถูกดึงหายไป เมื่อลูกสุนัขถูกสักหู เพราะมันคงตกใจและเจ็บ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรจับตรึงลูกอัณฑะไว้ให้ดีก่อนที่จะสักหู ก็จะช่วยลดปัญหาได้ )

 

กรณีทองแดงกับสมาคม ( ของสหรัฐ และอังกฤษ )

    สุนัขที่เป็นทองแดง เคยเข้าประกวดได้จนถึงปี 1955 ในปี 1954 สมาคมของอังกฤษได้พิจารณาเรื่องนี้ จากข้อมูลที่ว่าอาการนี้เป็นผลจากพันธุกรรม จึงออกกฎห้ามสุนัขทองแดงเข้า ประกวด และทางอเมริกาก็ห้ามด้วยเหมือนกัน แต่หลังจากผ่านไป 25 ปี แม้จะห้ามสุนัขทองแดงเข้าประกวด และก็คาดได้ว่าคงไม่ได้รับการขยายพันธุ์ แต่ปรากฏว่าอัตราการเกิดทองแดงไม่ได้สะดุดหยุดลงเลย Kennel Club จึงเลิกล้มกฎนี้ในปี 1981 แต่ทาง AKC ไม่ได้เลิกตาม ( *ผมยังสงสัยว่า ปัจจุบัน Kennel Club ยอมให้สุนัขทองแดงประกวด และทำพันธุ์ได้ หรือไม่? )

   ในฐานะผู้ผสมพันธุ์เราจะป้องกันปัญหาได้โดย พยายามเลือกผสมเฉพาะกับพ่อพันธุ์ที่มีลูกอัณฑะครบ ถ้าได้พวกที่ลูกอัณฑะลงเร็วยิ่งดี อยู่ห่าง ๆ ยาฆ่าแมลงและเห็บหมัด ( *สงสัยจะทำยากหน่อย ) อย่าให้ลูกสุนัขเพศผู้ขนส่งทางเครื่องบินในช่วงเสี่ยง ถ้าเลือกผสมอย่างรอบคอบ และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมก็จะทำให้เราเป็นฝ่ายได้เปรียบในกรณีนี้

   ( *เกี่ยวกับผู้เขียน Patricia Gail Burnham เป็นวิศวกร และผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ เกรย์ฮาวนด์ ผมรู้สึกว่า เธอเป็นคนเอาจริง เอาจัง แม้ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้โดยตรง เมื่อเกิดความสงสัยก็พยายามหาหนทาง หรือความรู้เพื่อพิสูจน์ โดยไม่ด่วนสรุปว่าเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งไปก่อน ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ผลคือเราได้ความรู้แปลกใหม่จากการค้นคว้าของเธอ ต้องขอขอบคุณ และคงเป็นแบบอย่างให้กับสมาชิกของเราว่า หากมีข้อข้องใจประการใดที่หาคนเฉลยที่ถูกใจไม่ได้ ก็ลุยเองเลย แล้วถ้าได้คำตอบก็อย่าลืมบอกต่อกันบ้าง เพื่อเป็นวิทยาทานกับคนในสังคมของเรา ผู้เรียบเรียง )

 

แหล่งที่มาข้อมูล : วารสารเช็พเพอด ฉบับที่ 46 ( มิถุนายน 2544 )

อ่านบทความใน Facebook ได้ที่ http://www.facebook.com/notes/สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย/ทองแดง/516918105012290

CC license: 
Creative Commons Licence
Share/Save