ติดต่อสมาคมฯ

ที่อยู่ : 7 พหลโยธิน ซอย 5 (ราชครู) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ADDRESS : 7 Soi Rajakru Phaholyothin Road, Samsennai Phayathai, Bangkok 10400

โทรศัพท์ (TEL) : 0-2279-3621, 0-2619-7753, 08-9679-6913 โทรสาร (FAX) : 0-2619-7752 เว็บไซต์ (WEBSITE) : http://gsd.in.th/ อีเมล (E-MAIL) : gsdathailand@gmail.com

เพจเฟสบุ๊ค (FACEBOOK PAGE) : http://www.facebook.com/GSDAThailand/ ช่องยูทูป (YOUTUBE CHANNEL) : http://www.youtube.com/channel/UCqs68CzaOllQDLclOMQvdXw

หมายเหตุ : สุนัขพันธุ์ "อัลเซเชียน", "เยอรมันเชพเพอด", "เยอรมันเชพเพิร์ด", "เยอรมันเชฟเฟิร์ด", "เยอรมันเชเพิร์ด" และ พันธุ์ "เยอรมันเช็พเพอด" เป็นสุนัขพันธุ์เดียวกันค่ะ

สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย (ส.ส.ย.ท.) มีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล ความรู้ความเข้าใจ และข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด (คนไทยนิยมเรียกว่า อัลเซเชียน) และดูแลจัดการออกใบพันธุ์ประวัติ (ใบเพดดิกรี) ของสุนัขพันธุ์นี้อย่างเป็นระบบ

สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย (ส.ส.ย.ท.) เป็นสมาชิกของ Weltunion der Vereine für Deutsche Schäferhunde หรือ W.U.S.V. (สมาชิกภาคีสหพันธสมาคมสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดโลก) กรุณาดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wusv.de/1181/?L=%22%3Dmar%C3%AF%C2%BF%C2%BDY%C3%AF%C2%BF%C2%BD

ครีเอทีฟคอมมอนส์

Creative Commons Licence

Except where otherwise noted, content on this site is licensed under a Creative Commons Attribution, Non-Commercial, No Derivative Works CC BY-NC-ND Licence.

ครีเอทีฟคอมมอนส์

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ gsd.in.th.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ gsd.in.th

Syndicate

Subscribe to Syndicate

Upcoming Events

Past Events

หน้า

คำสั่งมหัศจรรย์

โดย สมาชิก  6098

 

   2-3 วันก่อนนี้ ได้รับจดหมายจากเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง เล่าถึงหมาของท่านที่มีพฤติกรรมที่เจ้าของไม่พึงประสงค์หลาย ๆ อย่าง ทำให้นึกถึงคำสั่งมหัศจรรย์นี้ขึ้นมาได้ จากประสบการณ์ในการเลี้ยงหมามานานเท่าอายุ เกิดมาในบ้านที่มีหมาอย่างน้อย 15-20 ตัว ตั้งแต่เราจำความได้ก็ต้องเรียกหมาว่าน้องบ้างพี่บ้าง ( แล้วแต่ตัวไหนอายุมากหรือน้อยกว่า ) ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหมาพันธุ์ทาง คนรุ่นเก่าเรียกกันว่า หมาจู ขนปุกปุย ตัวขนาดกลางๆ เล็กกว่าบางแก้วนิดหน่อย มีสารพัดสี, สารพัดลาย และมีคุณสมบัติพิเศษ คือ ฉลาดและเจ้าเล่ห์ อย่างที่คุณนึกไม่ถึง คงจะเป็นพันธุกรรมของหมาพันธุ์ทาง ( หรือพันธุ์ผสม ) หมาที่ฉลาดมากๆ นั้น คุณจะต้องคุยกับเขารู้เรื่องและเลี้ยงดูเข้าเหมือนสมาชิกในครอบครัว ทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้เขานับถือและยอมรับคุณเป็นจ่าฝูง ไม่อย่างนั้น เขาจะตั้งตัวเป็นจ่าฝูงเสียเองและคุณต้องเป็นฝ่ายยอมรับนับถือเขาแทน

   ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า การเลี้ยงหมาเป็นสมาชิกในครอบครัวนั้น คืออย่างไร..มันก็เหมือนกับคุณไปรับเด็กมาเป็นลูกบุญธรรมสักคนหนึ่ง คุณต้องเอาใจใส่ดูแลเขาตามสมควร แบ่งเวลามาทักทาย, พูดคุยให้ความอบอุ่นกับเขาอย่างสม่ำเสมอ, ดูแลให้เขาได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และมีที่หลับที่นอนที่เหมาะสม, คอยดูแลเรื่องความสะอาด อาบน้ำแปรงขน หาเห็บหมัดให้เขา ฯลฯสำคัญที่สุดคือ คุณต้องอบรมสั่งสอนให้เขาเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวด้วย สอนให้เขารู้จักกฎระเบียบของครอบครัว  เช่น ที่ตรงไหนห้ามเข้าไปยุ่ง, ของอะไรห้ามเอามาเล่น, อะไรที่อนุญาตให้กินได้, เวลาไหนควรเห่า, เมื่อไหร่ควรหยุดเห่า ฯลฯ

   ดังนั้น คำสั่งที่คุณต้องสอนให้เขาเข้าใจให้ได้ คือคำสั่งที่มีความหมายว่า “ หยุดทำ ” สิ่งที่กำลังจะทำ หรือกำลังทำอยู่ เมื่อเขาเข้าใจคำสั่งนี้ดีแล้ว มันก็เปรียบเสมือนคำสั่งมหัศจรรย์ ที่จะทำให้หมาของคุณเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวได้อย่างใจคิดจริงๆ

   ช่วงที่ดีที่สุดที่จะเริ่มสอนให้หมาเข้าใจความหมายของคำสั่งใดๆ ก็ตามคือ ตอนที่มันยังเด็กๆ เป็นลูกหมาอยู่ ตั้งแต่คุณเริ่มเข้าไปมีบทบาทแทนแม่ของมันนั่นแหละ จากประสบการณ์ ลูกหมาเล็กๆ ก็มีความสามารถในการรับรู้คำสั่งได้แล้ว โดยที่คุณต้องใช้คำสั่งสั้นๆ พูดซ้ำๆ ในช่วงจังหวะเดียวกันทุกครั้ง ไม่นานนักลูกหมาจะเข้าใจ และรู้จักทำตามคำสั่ง

   ช่วงแรกๆ ควรสอนให้มันเข้าใจคำสั่งที่เป็นไปในทางบวก คือคำสั่ง ให้มันทำ (ไม่ใช่คำสั่งห้ามทำ) เช่น “ นั่ง ” สอนง่ายๆ โดยใช้อาหารเม็ดเล็กๆ ที่มันชอบกิน ถือล่อไว้สูงๆข้างหน้าลูกหมา ค่อยๆ ยกมือให้สูงขึ้นและเลยขึ้นไปบนหัวลูกหมาจะแหงนคอขึ้นไปหาอาหาร เราก็กดก้นลูกหมาให้นั่งลง พร้อมพูดว่า “ นั่ง ” ( คำเดียวสั้นๆ ) พอลูกหมาก้นแตะพื้นเราก็ให้มันกินอาหารเม็ดที่ล่อไว้ทันที ในท่านั่งนั้นทำซ้ำๆ กะว่าพอลูกหมาสนุกกับการได้เล่นและได้กินอย่าให้นานจนมันเบื่อ พยายามทำทุกวันเหมือนๆ กัน  ไม่เกิน 5-7 วันลูกหมาจะเข้าใจคำสั่ง “นั่ง” ได้ดี

   การสอนไม่ว่าหมาเล็กหรือหมาโต ควรสอนทีละคำสั่ง ให้เขาเข้าใจดีแล้ว จึงสอนคำสั่งอื่นๆต่อไป พยายามสอนหมาโดยใช้  การกระทำของเขาสอนตัวเขาเอง เช่น เวลาเอาหมาเก็บเข้ากรง ( หมามักไม่อยากเข้ากรงเอง ) อาจใช้ของเล่นหรืออาหารล่อ  เมื่อหมาวิ่งเข้ามาขณะผ่านประตูกรง ให้พูดว่า “ เข้ากรง ” หรือ “ เข้าบ้าน ” แล้ว เอาอาหารให้เขากินทันที ทำอย่างนี้ทุกครั้งทุกวัน เขาก็จะเข้าใจ ความหมายของคำสั่งได้ในเวลาไม่นาน ต่อไป เมื่อคุณเรียกให้เขา “ เข้าบ้าน ” เขาก็จะวิ่งมาเข้ากรงตามคำสั่ง เป็นที่ฮือฮาของคนข้างบ้านว่า แหม! หมาบ้านนี้รู้ภาษาจริงจริ๊ง......

   เมื่อหมายอมรับนับถือคุณเริ่มเข้าใจและทำตามคำสั่งของคุณได้บ้างแล้ว ก็ให้สลับฉากด้วยคำสั่งห้าม โดยใช้คำพูดสั้นๆ เช่น“ ไม่ ”, “ หยุด ”, “ อ๊ะ ๆ ”, “ อย่า ” ( แต่คำว่า “อย่า” รู้สึกจะไม่มีน้ำหนักพอ, ฟังดูเบาๆ เกินไป ) ซึ่งคุณอาจสอนเขาโดยใช้สถานการณ์จริงได้เลย ข้อสำคัญคุณจะต้องเร็วกว่าหมา เพราะคุณต้องพูดคำสั่ง ( ที่คุณเลือกไว้สมมติเป็นคำว่า “ ไม่ ” ) ในจังหวะที่หมากำลังทำสิ่งที่คุณห้ามไม่ให้ทำ และทำให้หมาตกใจโดยไม่รู้สาเหตุ ที่นิยมใช้กัน ( ที่บ้านผู้เขียนเอง ) คือใช้หนังยางยิงลูกกระดาษ ( ม้วนกระดาษเล็กๆแบบจับฉลากหมาจะไม่เจ็บมากแต่จะตกใจ ) ยิงตรงไหนก็ได้แต่ต้องให้ถูกจังหวะ ( ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยนักแม่นหนังยางเป็นผู้ช่วยซึ่งต้องแอบอย่าให้หมาเห็น ) คำสั่งที่พูดว่า “ ไม่ ” ดังพอให้หมาได้ยิน อย่าตะโกนดังมาก แต่น้ำเสียงต้องหนักแน่นเฉียบขาด วิธีนี้ได้ผลรวดเร็วและแน่นอน 99.99 % ขอย้ำว่าจังหวะเวลาสำคัญมาก จะต้องยิงทันทีที่พูดคำสั่งจบ หมาจะตกใจหยุดชะงัก พอหมาเริ่มจะทำอีกก็สั่งซ้ำว่า “ ไม่ ” แล้วยิงซ้ำอีก ผู้ช่วยที่ไม่ถนัดยิงหนังยาง+ลูกกระดาษ อาจใช้ไม้ซางกับลูกดอกแบบปลายทู่แทนก็ได้ผลดีเช่นกัน วิธีนี้ใช้กับหมาที่เห่าไม่เป็นเวล่ำเวลาก็ได้ผลชะงัดนัก อย่าลืมพูดคำสั่ง “ ไม่ ” ร่วมด้วยทุกครั้ง เป้าหมายคือ ให้หมาเรียนรู้ว่าถ้ามันกำลังจะทำอะไรอยู่ เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้วหยุดทำมันก็จะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าได้ยินเสียงนี้แล้วยังขืนจะทำอยู่อีก มันจะต้องเจ็บตัวและตกใจ ( จากอะไรก็ไม่รู้ ) ทุกครั้งไป ตั้งใจทำไปเรื่อยๆ อย่าท้อแท้ ทำไปสักพักอาจจะ 5-7 วันก็ลองพูดคำสั่ง “ ไม่ ” โดยไม่มีการยิงสลับไปบ้าง ดูปฏิกิริยาว่าเขาเข้าใจความหมายของคำว่า “ ไม่ ” ดีแล้ว ก็หยุดยิงได้ คุณอาจดัดแปลงรายละเอียดอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณและสุนัขของคุณได้บ้าง แต่ต้องมีเป้าหมายแน่นอนหนึ่งเดียว คือเพื่อสอนหมาให้เข้าใจคำสั่ง “ ไม่ ” ( ไม่ใช่เพื่อแกล้งหมาเล่นสนุกๆ )

   ที่ว่ามาข้างต้นนี้ แม้จะเป็นลูกทุ่งไปสักหน่อย แต่ถ้าพูดให้ฟังดูเป็นวิชาการ ก็เรียกได้ว่าเป็น “ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ” อย่างแท้จริง ที่บ้านของผู้เขียนจะต้องมีหมาเลี้ยงไว้อย่างน้อย 10 ตัวตลอดเวลา ตั้งแต่จำความได้ โดยมีแม่เป็นผู้คอยเลี้ยงดูประคบประหงม และหมา ๆ ทั้งหลายก็จะนับแม่เป็นสมาชิกฝูงของมัน โดยไม่นับถือว่าแม่เป็นจ่าฝูง เพราะไม่มีตัวไหนกลัวแม่เลยสักตัวเดียว ผู้เขียนมีพี่ชาย 3 คน พี่ชายคนโต มีคุณสมบัติพิเศษ ที่จะเป็นจ่าฝูงทั้งหมาและคน เพราะหมาทั้งบ้านจะเชื่อฟังและนับถือเกรงกลัวแกอยู่คนเดียว ทั้งนี้รวมทั้งคนอื่น ๆ ในบ้านและนอกบ้าน เวลาที่โรงเรียนแก ( สมัยเป็นนักเรียน ) มีการยกพวกตีกันหรือตีกับโรงเรียนอื่น อาจารย์จะต้องเรียกพี่ชายคนโต ไปสอบสวนทุกที ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า? เพราะมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในบัญชีดำ ว่าเป็นหัวโจกทุกงาน วิธีการฝึกหมาที่เล่ามา ก็พี่ชายคนนี้แหละเป็นคนต้นคิดส่วนมือปืนยิงหนังยางหรือเป่าลูกดอก ก็มีคนแย่งกันอาสาสมัครเยอะแยะ เพราะเพื่อนฝูงของแกมาอยู่ที่บ้านกันหลายคน แต่ละคนก็ชื่นชอบการแกล้งหมาเป็นทุนอยู่แล้ว เวลาหมามันตกใจ มันจะทำท่าทางตลก ๆ ให้ได้หัวเราะกันเป็นที่ครื้นเครง แรกๆแม่ก็โกรธ แต่ไป ๆ แม่ก็ชักชอบใจเพราะมันได้ผลจริง ๆ แต่ต้องให้พี่ชายเป็นคนสั่ง หมาจึงจะเชื่อ แกจะใช้คำสั่งฟังคล้าย ๆ “ เฮ้ย ” แต่ก็ไม่เต็มเสียงซะทีเดียว หมากำลังวิ่งอยู่ พอได้ยินเสียงแก ก็จะเบรคพรืด เหลียวซ้ายแลขวา ทำท่าระวังตัว ยิ่งถ้าเป็นตอนกำลังเห่าอยู่ละก็ แทบจะได้ยินเสียงหุบปากฟันกระแทกกันดังกั๊บเลยทีเดียว

   เรื่องการใช้อุปกรณ์ฝึก แบบภูมิปัญญาชาวบ้านนี้ ผู้เขียนเคยอ่านพบในหนังสือคนรักหมา ของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ฯ  มีอยู่ตอนหนึ่งท่านเล่าไว้น่าสนใจมากว่า “ วิธีที่แกใช้มิให้หมาทิ้งเจ้าของเมื่อไปไหนด้วยกันนั้น ดูจะเป็นอุบายลึกซึ้งอยู่ ผมเองก็ไม่เคยทำ เขาว่าให้เจ้าของหมานั้นหาหนังสติ๊กติดตัวไปด้วย พอหมาเริ่มวิ่งออกห่างตัว ก็ให้เอาหนังสติ๊กยิง อย่าให้หมาเห็นว่าใครเป็นผู้ยิง หมาโดนเจ็บเข้าก็จะตกใจ ไม่รู้ว่าต้นเหตุแห่งความเจ็บนั้นมาจากไหน และจะบังเกิดความหวาดหวั่นไม่แน่ใจขึ้น เมื่อเป็นดังนี้แล้ว หมาจะไม่กล้าเดินไกลเจ้าของ คอยอยูใกล้ๆ เพื่อเอาเจ้าของเป็นที่พึ่ง และถ้าหากปรากฏว่าพอออกไกลเจ้าของทีไร ก็เจ็บตัวโดยไม่รู้สาเหตุทุกที แต่ในเวลาอยู่ใกล้เจ้าของแล้ว ไม่มีเจ็บตัว หมาก็จะไม่ออกไกลเจ้าของอีก ในที่สุดก็ติดเป็นนิสัยไปไหนก็เดินใกล้เจ้าของทุกทีไป ”

   วิธีการฝึกหมาที่เล่าและคัดลอกมาทั้งหมดนี้ สำหรับคุณที่รักและเลี้ยงหมาเป็นสมาชิกในครอบครัว เมื่อคุณอบรมสั่งสอนให้เขาเข้าใจข้อห้าม ซึ่งเป็นกฎระเบียบประจำครอบครัวดีแล้ว คุณกับหมาและครอบครัวของคุณ ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขตลอดไป

 

แหล่งที่มาข้อมูล : วารสารเช็พเพอด ฉบับที่ 47 ( ตุลาคม 2544 )

 

สำหรับผู้ที่สนใจฝึกสุนัขด้วยตัวเอง สามารถเข้าร่วมกลุ่มฝึกสุนัข ฟรี!
ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.facebook.com/notes/สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย/รวมกลุ่มฝึกสุนัข-สำหรับผู้ที่สนใจฝึกสุนัขด้วยตัวเอง/518611368176297

อ่านบทความใน Facebook ได้ที่ http://www.facebook.com/notes/สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย/คำสั่งมหัศจรรย์/515254471845320

CC license: 
Creative Commons Licence
Share/Save